Archive for the ‘Diary Life’ Category

12 March

ทิฏฐิ นั้นสำคัญจริงหรือ


อัมพวา

ทิฏฐิ หรือความคิด ความเห็น ไม่ว่าจะเป็น สัมมาทิฏฐิ ความคิดเห็นที่ถูกต้อง เห็นกาย ใจ ล้วนเป็นตัวทุกข์ หรือ มิจฉาทิฏฐิ ที่เห็นว่ากาย ใจเป็นของเรา การที่คนเราจะมีทิฏฐิ ได้ก็อยู่ที่ตัวเราเอง ได้รับอิทธิพล หรือความรู้ด้านไหนมากกว่ากัน

คนเราทะเลาะกันได้ ก็เพราะความคิดความเห็น ไม่ตรงกัน ขัดแย้งกัน ยึดถือความคิดตัวเองเป็นใหญ่ บางครั้งทำไปเพราะอารมณ์โกธร อารมณ์ฉุนเชียว จนทำลายมิตรภาพที่มีต่อกันไป ทำให้มองหน้ากันไม่ติด ภาพเหล่านี้ ทุกวันนี้ เราเห็นกันได้ตามใน ทีวี คนเราแบ่งพรรค แบ่งพวก ทั้งที่จริงแล้ว เราโดนความเห็นผิดครอบงำ ทั้งนั้น อันที่จริงมนุษย์เป็นเพียงสัตว์เลี้ยงของโลก เท่านั้น ไม่นานก็ตายจากโลก แทนที่จะสร้างสรรค์โลก กลับทำลายโลกไปทุกวันๆ

ก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าเมื่อไรประเทศไทย จะสงบศึกภายในกันสักที ถ้าใจเรามีธรรมะ จริงๆ สังคมน่าจะไม่วุ่นวายอย่างนี้ หรอกเน๊อะ (ที่ใดมีธรรม ที่นั่นมีสันติสุข)

มียศ มีลาภ มีสรรเสริญ มีสุข ล้วนต้องมี เสื่อมยศ เสื่อมลาภ มีนินทา มีทุกข์ สิ่งล้วนนี้ ล้วนแสดงอนิจจังของโลกทั้งสิ้น

อาทิตย์ที่แล้วได้ไปเที่ยววัดที่ อัมพวา จ.สมุทรสงคราม มาครับผม เลยเอารูปมาฝาก โดย kammatan.com ==> วัดบางกุ้ง โบสถ์ปรกโพธิ์

5555 ไม่มีอะไรมากน่ะครับ แค่บ่นๆ ไปตามภาษาคนแก่

3 March

สึนามิ น่ากลัวเพียงใด


ขอบคุณรูปจาก เว็บ http://www.thairath.co.th น่ะครับผม

สอง สามวันมานี้ ได้ติดตามอ่านเรื่องของ สีนามิ และการป้องกัน การเตือนภัย นับว่าประสบการณ์ ได้สอนให้เราได้เรียนรู้จริงๆ จากเหตุการณ์ในปี 2547 ที่เกิดขึ้น ก็ได้มีการเตรียมการเตือนภัยมากขึ้น จนกระทั่งเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ ชิลี เอง ถึงแม้ประเทศไทยจะไม่ได้รับผลกระทบอะไร แต่ก็ดูเหมือนองค์กรที่เตือนภัยและเฝ้าระวัง มีการตื่นตัวกันมากขึ้น ลองอ่านดู รายละเอียดข้างล่างนี้ ดูน่ะครับ

ภายหลังเกิดเหตุธรณีพิโรธวัดระดับความรุนแรงได้ 8.8 ริกเตอร์ และเกิดคลื่นยักษ์ซัดถล่มชายฝั่งประเทศชิลี สร้างความหายนะ ให้กับทรัพย์สิน และชีวิตผู้คนมากมายเป็นประวัติศาสตร์ หลายประเทศกำลังหดหู่ พร้อมกับกังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวกับประเทศของตนหรือไม่ พร้อมกับพยายามที่จะหาวิธีป้องกันเอาชนะภัยธรรมชาติ

ประเทศไทยก็เข้าข่ายประเทศที่มีความเสี่ยงพอสมควร เนื่องจากเป็นประเทศที่ตั้งอยู่บนรอยเลื่อนของเปลือกโลก และมีพื้นที่ติดต่อกับมหาสมุทรอินเดีย และเคยเกิดคลื่นยักษ์ “สึนามิ” มาแล้วเมื่อปลายปี 2547 จนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และล่าสุด มีการออกมาเตือนว่าจะเกิดธรณีพิบัติและคลื่นยักษ์ขึ้นอีกครั้ง

ไทยรัฐออนไลน์ ได้เกาะติดเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง และได้สัมภาษณ์ นายวิริยะ มงคลวีระพันธ์ ผอ.ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ถึงแนวโน้มการเกิดขึ้นของภัยพิบัติดังกล่าว

Q : ผอ.วิเคราะห์ประเทศไทย มีโอกาสจะเกิดสึนามิอีกหรือไม่?

A : ถ้า เราดูจากการวิเคราะห์แล้วก็จากฐานข้อมูลทั้งหมดที่เรามี ก็อีกนานพอสมควร บางคนบอกอีกประมาณเกือบ 10 ปี มันจะมีรอบของมัน บางคนบอกอีกเกือบ 200 ปี อันนี้คือนักวิทยาศาสตร์ที่เขาพยายามศึกษาเพราะในเรื่องของทางฝั่นทะเลอันดา มันเรายังไม่มีการศึกษาเลย เพราะฉะนั้นทุกคนก็พยายามเข้าไปศึกษาอยู่ว่ารอยเลื่อน ณ จุดนี้ จะมีการเกิดสีนามิประมาณเท่าไร และรอบของมันประมาณเท่าไร ของทางทะเลแปซิฟิกเขาก็พยายามศึกษา ทั้งๆ ที่เขาศึกษามาเยอะเขายังไม่สามารถรู้ได้ว่าจะเกิดกี่ปีหน เพราะฉะนั้นในเรื่องของแผ่นดินไหวที่จะเกิดสึนามิยังไม่มีใครกล้ารับรองได้ ว่าจะเกิดวันนี้หรือพรุ่งนี้หรือเปล่า แต่เราต้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และเราต้องให้ความสนใจให้ความใส่ใจกับเรื่องนี้มากที่สุด เพราะเวลาเกิดเรื่องนี้มันเกิดเร็วมาก

ฉะนั้นขอให้ประชาชนทุกคนตระหนักว่า เวลานี้เรามีศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กับกรมอุตุนิยมวิทยาแล้ว เราสามารถที่จะเฝ้าระวัง เป็นด่านหน้าให้กับประชาชนทุกคนได้ ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก และฟังเราอย่างเดียวว่ามันเป็นลักษณะอย่างไร เราควรอพยพเมื่อไร เราจะเตือน วันนี้เรายังเดาใจสึนามิไม่ถูกว่าจะเกิดวันไหน เพราะยังไม่มีศาสตร์ไหนที่จะคำนวณได้ล่วงหน้าว่าจะเกิดแผ่นดินไหว

Q : ตอนนี้เราซื้อทุ่นเตือนภัยมาแล้ว แต่เรายังไม่ได้ติด เราจะติดตั้งในเดือน ธ.ค.นี้เลยหรือไม่?

A : ณ เวลานี้เราเซ็นสัญญาอะไรทุกอย่างเรียบร้อยเมื่อปลายปีที่แล้ว ในสัญญาบอกไว้ว่าเขาจะใช้เวลาในการดำเนินงาน 330 วัน ดังนั้น เขาจะส่งประมาณปลายปีนี้

Q : เห็นบอกว่าการติดทุ่นจะติดได้ในเดือน ธ.ค.เท่านั้น เพราะเดือนอื่นๆ คลื่นลมจะแรงมาก?

A : อัน นั้นขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ที่จะไปติดว่าจะไปติดได้ อย่างไร แต่ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือช่วงกลางเดือน ธ.ค.-ต้นเดือน ม.ค. ใน 1 ปีก็จะมีช่วงเวลานี้เวลาเดียวที่คิดว่าจะติดได้ ทะเลสงบและการไปวางเรียบร้อยและไม่อันตรายกับผู้ไปติด

Q : ทางชายฝั่งทะเลตะวันตก ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ สตูล ตอนนี้เราไม่มีทุ่นเตือนภัย เราจะมีมาตรการอะไรป้องกันได้?

A : เรา มีมาตรการ การเกิดแผ่นดินไหวเวลามันเกิดเราสามารถที่จะวัดได้และเราสามารถที่จะคำนวณ ได้ ทุ่นเป็นตัวที่ทำให้เรามั่นใจเท่านั้นเอง คอนเฟิร์มอีกครั้งว่ามีจริงคลื่นใต้น้ำ มันทำให้เรามั่นใจเท่านั้นเอง และถ้าใต้น้ำเรากรมอู่ของทหารเรือมีอยู่ที่เกาะเนียน จะมีการเฝ้าระวังน้ำขึ้นน้ำลงอยู่แล้ว ถ้าเกิดเหตุการณ์ก่อนการติดทุ่นเราก็สามารถป้องกันได้และอพยพได้ทัน ทุ่นเพียงแต่ทำให้เรามั่นใจได้แค่นั้นเอง

Q : ตอนนี้สถานการณ์แผ่นดินไหวเป็นอย่างไรบ้าง?

A : ณ เวลานี้รอยเลื่อนในประเทศไทยเรามีปรากฏอยู่ที่ทางภาคเหนือ ทางแม่ฮ่องสอน ที่อยู่ติดกับพม่า ทางชายฝั่งทางทะเลอันดามันนี่เรายังไม่มีเลย ยังไม่เคยไหวเลย ดังนั้นทุ่นที่เรามีอยู่ ที่อเมริกาให้ จะเป็นตัวที่เราตรวจรอยเลื่อนเปลือกโลก ตัวนั้นสำคัญที่สุด

ช่วงนี้ ไม่มีรอยเลื่อนที่อยู่ใกล้ประเทศไทยเลย อาจจะมีรอยเลื่อนที่อยู่นอกชายฝั่งประเทศไทย แถวชายฝั่งสุมาตราแถวนั้น ซึ่งเป็นรอยเลื่อนใหญ่ เป็นรอยเลื่อนเดิมที่เกิดสึนามิครั้งที่แล้ว ตอนนี้ก็ไม่มีท่าทีว่าจะเกิดขึ้นอีก เพราะหากเกิดขึ้นก็จะเป็นการเกิดสึนามิอีกครั้ง การเกิดสึนามิไม่ใช่ว่าเกิดแผ่นดินไหวข้างล่างแล้วจะเกิดสึนามิตลอด มันจะต้องมีแผ่นดินไหวและจะต้องมีการยกตัวของพื้นทะเลมันจึงจะเกิดสึนามิ ถ้าเป็นรอยเลื่อนขึ้น-ลง โดยที่ไม่มีการยกตัวของพื้นดินใต้ทะเลก็จะไม่เกิดสึนามิ

Q : แต่รอยเลื่อนที่พม่ามันใกล้ประเทศไทยแค่ 300-400 กิโลเมตร?

A : นั่น คือสิ่งที่เรากังวล เราจึงซื้อเครื่องมือมา ซึ่งเราได้เตรียมการเรียบร้อยแล้วในการซื้อของและการที่จะไปวาง มันมีระยะเวลา ตามระเบียบราชการ กว่าจะได้ต้องพิจารณากันแล้วว่าน่าจะมี

Q : ถือว่าช้าไปหรือไม่?

A : มัน ก็เชื่องช้าไปตามระเบียบ แต่ตอนนี้มันไม่มีข้อยกเว้น เราก็พยายามทำเรื่องเพื่อจะขอยกเว้นแต่เขาไม่ยกเว้นให้ เราก็ต้องปฏิบัติตามระเบียบไป เราก็พยายามทำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะกว่าจะประมูลได้เราใช้เวลา และตรวจเอกสารเยอะมาก เรากลัวว่าจะมีการร้องเรียน เราพยายามทำให้มันเรียบร้อยที่สุด มันก็กินเวลาไปนิดนึง อย่างทุ่นนี้มันถือเป็นเรื่องใหม่ของประเทศไทย

Q : แต่ถ้าเราติด พม่า สิงคโปร์ บังกลาเทศก็ได้ประโยชน์ ใช่หรือไม่?

A : ก็ต้องมีการขออนุญาตเพราะมันไปติดน่านน้ำของเขา เราเจรจาตั้งหลายรอบแล้วกว่าจะได้ ไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่สนใจนะ แต่มันอยู่ที่สิทธิของแต่ละประเทศที่อยู่ด้วย น่านน้ำใครน่านน้ำมัน

Q : ประชาชนในพื้นที่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดกับชิลี เฮติ กลัวว่าจะมาถึงประเทศไทย?

A : ถ้า ให้ผมมองนะ จากประวัติศาสตร์หรือจากฐานข้อมูลทั้งหมด ในมหาสมุทรแปซิฟิกทั้งหมดมันเกิดขึ้นเกือบทุกปี เพียงแต่ว่า ในอันดามันของเรายังไม่เคยเกิด เพิ่งเคยเกิดเพียงหนเดียวตามที่เรารู้จากประวัติศาสตร์ แต่ในแปซิฟิกมันเกิดมาตลอดไม่กี่ปีก็เกิดที เพราะฉะนั้นถ้าคุณเปิดไปดูในปุย ทั้งหมด แปซิฟิกมีเกือบพันปุย เพียงแต่ว่าไม่กระทบประเทศไทยเราเลยไม่ได้ดูแล จนกระทั่งสึนามิเกิดขึ้นในประเทศไทยในทะเลอันดามัน ทำให้เรารู้ว่าในส่วนของอันดามันก็มีส่วนที่จะเกิดสึนามิได้ เพราะในอันดามันทั้งหมดทะเลเป็นทะเลน้ำลึก ประมาณ 3 กิโลเมตร เพราะฉะนั้นการเกิดสึนามิจะมีความรุนแรงแต่ประเทศไทยในกรณีที่เป็นอ่าวไทย ด้านตะวันออกทั้งหมดตั้งแต่ปัตตานี นราธิวาส สงขลา นครศรีธรรมราช ขึ้นมามันเป็นทะเลน้ำตื้น ฉะนั้นถ้ามันจะเกิดสึนามิก็จะไม่ถึงประเทศไทย

Q : อยากให้ ผอ.ให้ความมั่นใจกับประชาชน?

A : ถ้า เกิดสึนามิในประเทศไทย รับรองได้ว่าหอเตือนภัยที่เรามีอยู่ทุกหอดังหมด รับรองได้ เราพร้อมตลอดและเราตรวจสอบอยู่ตลอดทุกวันทุกเช้า อะไรที่มีความขัดข้องเราจะตามทันที เจ้าหน้าที่ทางโน้นจะรีบเข้าไปตรวจสอบทันทีเลย รอยเลื่อนตรงมหาสมุทรอินเดียแถวหมู่เกาะนิโคบาที่มีการพูดกันมาก และหมู่เกาะอันดามัน ว่าจะเกิดและมีรอยเลื่อนอีก เราก็กำลังจะไปวางทุ่นอีก 2 อัน นี่คือดำริของกระทรวงไว้แต่แรก

Q : วันนี้เราพร้อมสำหรับสึนามิหรือไม่ ถ้าสึนามิเกิดพรุ่งนี้เราพร้อมหรือไม่?

A : พร้อม ครับ เหตุการณ์ที่ชิลีเราติดตามอยู่ตลอดเวลา และเราสามารถประเมินได้แต่แรกเลยว่ากระทบประเทศไทยนี้ไม่มี แต่เราก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น ศูนย์เฝ้าระวังตัวที่ใกล้เคียงกับเรา เราจะเฝ้าระวังกับกรมอุตุฯ 2 ส่วนนี้เราเฝ้าอย่างใกล้ชิดเมื่อมีเหตุเราจะรีบแจ้งและรีบกดทันที เพราะฉะนั้นประชาชนที่อยู่ในจังหวัดเสี่ยง เรารับรองได้เลยว่าในเรื่องของสึนามิเรามีฐานข้อมูล เรามีการเตรียมพร้อม 100% ในเรื่องของมิติอื่นๆ เรากำลังทำอยู่ก็ได้ประมาณ 50-60% ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของดินถล่มเราก็ทำต่อ.

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/edu/68273

18 February

ปล่อยวาง

เท่าที่จำได้ ผมได้ยินคำนี้ ครั้งแรกๆ น่าจะเป็นช่วงอายุประมาณ 18-19 ช่วงที่จะเอ็นต์ เข้า มหาวิทยาลัย แต่ได้รู้ซึ้งกับคำๆ นี้จริงๆ เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ปล่อยวาง คำๆนี้ ดูเหมือนว่า มีพูดๆกันตั้งแต่ รุ่นเด็กๆ ไปจนถึงคนเถ่าคนแก่ หรือตลอดจนพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบเองก็มีบ้าง ที่อยู่ในปฏิปทาของพระท่าน แต่ว่าปล่อยวางของ พระสงฆ์ กับ ของปุถุชน นั่นย่อมต่างกัน อิอิ

การที่เราจะปล่อยวางได้ ไม่ใช่ว่าเราเรียนรู้อะไรสักอย่างแบบเพิ่งเริ่มต้น สักพักเริ่มเบื่อ เลยก็ปล่อยวางไป มันไม่ใช่อย่างนั้นนะ 5555
ผมคิดว่า ถ้าเรามีจุดหมายอะไรสักอย่าง เราต้องเรียนรู้วิธีการสร้างเหตุ แล้วเราก็ต้องลงมือทำ ลงมือปฏิบัติ อย่างจริงจัง อยู่กับสิ่งๆนั้นจนเรียนรู้ ความเป็นไปเป็นมา ซึ่งสุดท้ายแล้ว ผล จะเป็นอย่างไงเราก็ไม่ต้องไปกังวลหรอก ปล่อยให้เป็นไปตามเหตุดีกว่า หรือปล่อยวางไปดีกว่า ถ้าเราคาดหวังว่าต้องเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ ก็ทำให้ทุกข์ใจไปเองมากกว่า ถ้าเราสังเกตดีๆ มันจะมีสภาวะตัวหนึ่งที่เกิดขึ้นมาตลอด (อาจจะเป็น ทุกข์ สุข ชอบ ไม่ชอบ ยินดี ยินร้าย เศร้าใจ พอใจ เฉยๆ) แล้วท้ายที่สุดก็เห็นว่า สิ่งเหล่านั้นมันก็ดับลงไป มันเป็นสิ่งที่ชั่วคราว ที่เกิดขึ้นมาก็ ล้วนชั่วคราว เมื่อเราได้รู้ ได้เห็นบ่อยๆ เข้า ก็เริ่มปล่อยวาง

55555 พล่ามไปเรื่อย อิอิ แค่อยากเล่าสู่ให้ฟัง ปล่อยวาง บ้างนะ (ชอบจัง) : )

10 February

กอด กอด กอด

อาม่ากับผม

นานแล้วครับที่ไม่ได้ฝันเห็นอาม่า เมื่อคืนโชคดีมากๆ ที่ฝันเจอท่าน แล้วได้เข้าไปกอดท่านอยู่สักพัก แม้ว่ามันเป็นเพียงความคิดที่่เกิดตอนนอน (ฝัน) ก็ทำให้ผมสุขใจ จนอมยิ้ม ตอนตื่นนอน ได้อย่างมากมาย เป็นเพราะด้วยความผูกพันธ์ กับท่านมา ตั้งแต่เกิดจนถึงอายุ 20 กว่าๆ

ยังจำได้ว่าตอนเด็กๆ จะตื่นไปเดินตลาดกับแกทุกๆเช้า ถึงแม้ต้องฝืนตื่นนอนมากเท่าไร ก็ต้องตื่นไป ฮ่าๆๆ ทุกวันนี้เลยแอบดีใจอยู่ว่า ได้ดูแลท่านตอนท่าน อายุมากขึ้น ไปช่วยท่านซื้อกับข้าวตอนเช้าๆ ไปกินข้าวเช้ากับแก เดินตามก้นอาม่า จนหลายๆคนมองว่าเป็นลูกชายคนสุดท้อง ของอาม่า จนถึงวันที่อาม่าเสียไป สิ่งที่ท่านให้มาตอนแกเสียคือ ได้ทำให้ผมเข้ามาสู่เส้นทางของธรรมะ ได้หันมาสนใจที่จะศึกษาเรียนรู้ ธรรมะ ตลอดจนได้รู้จักการทำกุศล แล้วได้อุทิศส่วนบุญไปให้ท่าน จนติดเป็นนิสัย อิอิ

ขอบพระคุณมากนะครับอาม่า
รักและคิดถึงเสมอ

2 January

สวัสดีปีใหม่ กับพรของในหลวง ครับ

สวัสดีครับพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ก่อนอื่นก็ขอสวัสดีปีใหม่ 2553 ด้วยคนนะครับ ผมขอยกคำอวยพรของในหลวง ก่อนละกัน

ในหลวง ทรงอวยพรคนไทย
ในหลวง ทรงอวยพรคนไทย

“ในหลวงพระราชทานพรปีใหม่ 2553 ขอให้คนไทยมีสติ คิดให้รอบคอบ ยึดประโยชน์ส่วนรวม มีความสุขกายสุขใจ …

ข้าพเจ้า ขอส่งความปราถนาดีมาอวยพรแก่ท่าน ทุก ๆ คน ทั้งขอขอบใจท่านเป็นอย่างมาก ที่วิตกห่วงใยในการเจ็บป่วยของข้าพเจ้า และแสดงออกโดยประการต่าง ๆ จากใจจริง ที่จะให้ข้าพเจ้าหายเจ็บป่วยและมีความสุขสวัสดี ความสุขสวัสดีนี้ เป็นสิ่งที่พึงปราถนาอย่างยิ่งของคนเรา แต่จะสำเร็จผลเป็นจริงได้ มากน้อยเพียงใด ย่อมขึ้นอยู่กับความสามารถและสติปัญญาและการประพฤติตัวปฏิบัติงานของแต่ละ บุคคล ในปีใหม่นี้ จึงขอให้ชาวไทยทุกคน ได้ตั้งจิตตั้งใจ ให้เที่ยงตรงแน่วแน่ ที่จะประพฤติตัวปฏิบัติงานให้เต็มกำลังความสามารถ โดยมีสติรู้ตัวและปัญญารู้คิดกำกับอยู่ตลอดเวลา กล่าวคือจะคิดจะทำสิ่งใด ต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดี ให้รอบคอบ ทำให้ดีให้ถูกต้องข้อสำคัญจะต้องระลึกรู้โดยตระหนักว่า ประโยชน์ส่วนรวมนั้น เป็นประโยชน์ที่แต่ละคนพึงยึดถือเป็นเป้าหมายหลักในการประพฤติตัวและปฏิบัติ งานเพราะเป็นประโยชน์ที่ยั่งยืนแท้จริง ซึ่งทุกคนมีส่วนได้รับทั่วถึงกัน ความสุขความสวัสดีจะได้เกิดมีขึ้นทั้งแก่บุคคลทั้งแก่ชาติบ้านเมืองของไทย ดังที่ทุกคนทุกฝ่ายตั้งใจปราถนา ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวไทยเคารพบูชา จงอภิบาลรักษาท่านทุกคนให้ปราศจากทุกข์ปราศจากโรคภัยให้มีความสุขกายสุขใจ และความสำเร็จสมประสงค์ ตลอดศกหน้านี้ โดยทั่วกัน”

ซึ่งพรอันนี้ ถ้าใครได้น้อมระลึกถึง แล้วก็นำมาปฏิบัติ ผมว่าชีวิตต้องเจอกับสิ่งที่ดีๆ แน่นอนครับ ปีใหม่นี้ ได้กลับบ้านที่อุบล มาครับ ถึงแม้ญาติๆ จะไม่ค่อยเยอะ แต่บรรยากาศก็ยังอบอุ่นเหมือนๆเดิม ปีนี้อาม่า ไม่ได้อยู่กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากับลูกหลานๆ ทุกคนก็ยังคงคิดถึงท่าน ครับ ทำบุญทุกครั้งๆ ก็จะนึกอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล ให้ท่านเสมอครับ

20 November

พิมพ์หนังสือธรรมะ kammatan.com

สวัสดีครับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ คราวนี้ หายไปนานจริงๆ ช่วงนี้มีงานใหญ่ๆ เข้ามาเยอะเลยไม่ค่อยได้ว่างอัฟเดทบล๊อคเลย วันนี้ ขี้เกียจทำงานครับเลยนั่งอ่านเว็บ พวกเพื่อนๆไปเรื่อยๆ ชิวๆ 555 ว่าแล้วก็จะสิ้นปีอีกแล้วซินะ ไวจริงๆเลย แต่ก็มีกิจกรรมหนึ่งที่ทางเว็บเรา http://www.kammatan.com ทำกันทุกๆปีนั่นคือ จัดพิมพ์หนังสือธรรมะ ครับ เพื่อนำไปแจกให้กับผู้ที่สนใจ ซึ่งปีนี้ ทางเราได้แบบหนังสือแล้วครับ

ชื่อ พระนิพนธ์ ของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก ครับ ส่วนเนื้อหาก็สามารถดูที่เว็บ


http://www.viriyaprinting.com/product_detail.php?product=412#Product

เนื้อหาส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับ ธรรมะกับการดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะเป็นทุกข์สุข มีลาภ เสื่อมลาภ มีสรรเสริญ มีนินทา สิ่งเหล่านี้ล้วนมีอยู่ เราจะอยู่กับสิ่งเหล่าโดยไม่ทุกข์ได้อย่างไร

ราคาน่าจะได้เล่มละ 18 บาทครับ ขนาด 14.5 x 21

ถ้าท่านไหนสนใจร่วมทำก็ บอกได้รายละเอียดจำนวนเล่ม แล้วก็ชื่อผู้จัดทำได้ที่ link ข้างล่างครับ ส่วนการจัดส่งอาจจะนัดวันมาเอาหนังสืออีกที คาดว่าจะพิมพ์เสร็จประมาณวันที่ 3 ธันวาคม 2552 ครับผม

http://www.kammatan.com/board/index.php?topic=101.msg1796#msg1796

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

วันนี้ได้เข้าไปอ่านในบอร์ดของเว็บ http://kmitlboard.packetlove.com มาครับซึ่งผมทำไว้ให้น้องๆ ที่ให้ข่าวสารเกี่ยวกับ การศึกษาต่อที่ พระจอมเกล้าลาดกระบังฯ มาวันนี้คนเริ่มรู้จักกันมากขึ้นและ น่าจะก้าวหน้าไปเรื่อยๆ ก็ขอให้น้องๆ ทำประโยชน์แก่สังคมต่อไปนะครับ สู้ๆ

วิศวะลาดกระบัง
วิศวะลาดกระบัง ==> พระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง

22 October

22 ตุลาคม คนไทยจำกันได้หรือไม่

วันนี้ อาจจะดูเหมือนเป็นวันที่ 22 ตุลาคม ธรรมดาๆ วันหนึ่ง แต่เมื่อ 53 ปีก่อน วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พุทธศักราช 2499 เป็นวันที่ชาวไทยได้มีความปิติอย่างยิ่ง นั่นคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 แห่งบรมราชจักรีวงศ์ ของเรา พระองค์ทรงพระผนวชในบวรพระพุทธศาสนา จึงเป็นวันที่จะต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ไทยและจดจำในดวงใจของพสกนิกร ชาวไทยทุกคน
ท่านใดที่สนใจสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ==> http://www.kammatan.com/board/index.php?topic=532.0

ในหลวงในรอยธรรม
: หนังสือในหลวงในรอยธรรม

ทางผมเอง ได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งของ ท่านดนัย จันทร์เจ้าฉาย ท่านได้เขียนรวบรวม การปฏิบัติธรรม ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 รวมทั้งบทสนธนากับพระสงฆ์ ที่เป็นพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ หนังสือที่ชื่อว่า “ในหลวงในรอยธรรม”

14 October

ชีวิตสดใส ด้วยใจธรรมะ


พระเทวราชปฏิมากร ณ วันเทวราชกุญชร กรุงเทพมหานคร

วันจันทร์ก่อนพี่ทีมงาน รายการ ชีวิตสดใส ด้วยใจธรรมะ โทรมาบอกว่า อยากให้ไปพูดคุยด้วยหน่อยครับ ในรายการ ซึ่งแว๊บแรกนึกว่าเพื่อนโทรมาอำ 555 ที่เขานัดก็เป็นร้านฟอร์นิเจอร์ในซอย สุขุมวิท 39 ครับ ร้าน DeComar ซึ่งร้านเขาจัดไว้สวยมาก
พอไปถึงก็เจอพี่โน๊ต (ณัฐกานต์) กำลังพูดเปิดรายการอยู่ครับ สักพักก็ได้เริ่มสัมภาษณ์กัน พี่เขาก็ให้เล่าถึงว่า ทำไมถึงได้มาสนใจปฏิบัติธรรม แล้วก็แรงบันดาลใจที่ให้ทำเว็บ http://www.kammatan.com ขึ้นมา แล้วก็กิจกรรมที่เราได้ไปทำมา มีอะไรบ้าง แล้วสุดท้ายอยากฝากอะไรให้กับคนที่กำลังดูรายการว่าธรรมะดีอย่างไร อิอิ ช่วงแรกก็แอบตื่นเต้น หน่อยครับ แต่พอเห็นว่ามันตื่นเต้น มันก็สงบขึ้นมาได้หน่อย แล้วพี่โน๊ตก็พูดเป็นกันเองดีครับเลยไม่ค่อยเกร็ง เท่าไร สำหรับเทปนี้ พี่เขาบอกจะออกวันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคมนี้ ครับ ช่วงเวลา ตีห้าครึ่ง - หกโมงเช้า ทางช่อง TV THAI ถ้าเพื่อนๆ พี่ๆ คนไหนอยากลองดู ก็รอติดตามชมได้น่ะครับผม อิอิ

ต้องขอบคุณพี่เมจิ แล้วก็พี่ๆทีมงาน พี่โน๊ต แล้วก็รายการ ชีวิตสดใส ด้วยใจธรรมะ มากน่ะครับ ที่ได้ให้โอกาสเว็บ http://www.kammatan.com ทางผมก็หวังว่าจะช่วยเผยแพร่ความรู้ทางพระพุทธศาสนาต่อไป
“เพราะที่ใดมีธรรมะ ที่นั่นมีสันติสุข” ครับ

สำหรับคริปที่อัด รอจากพี่ทีมงาน แล้วจะเอาโฟสไว้ในเว็บน่ะครับ รอชมได้ อิอิ

1 October

ธรรมดา หรือ ธรรมชาติ


เจ้ากระต่ายน้อยๆ เยอะมากครับที่เจ็ดคต

นานแล้วครับ ไม่ได้เข้ามาอัฟ diary เลย พอดีช่วงนี้ยุ่งกับ server เมื่อคืนเพิ่งเข้าไปเพิ่ม Ram เครื่อง Packetlove.com มาครับ เพราะว่าช่วงนี้ดูแล้วการ process มันช้าๆไปหน่อย + เว็บลูกค้าเริ่มมี connection เยอะขึ้น
ก็หวังว่า น่าจะช่วยได้น่ะครับ เสาร์ อาทิตย์ที่ผ่านไป ไปสัมผัสธรรมชาติที่ เจ็ดคต จ.สระบุรี มาครับ บรรยากาศดีมากๆ ฝนโปรยปรายนิดหน่อยให้ ชุ่มชื่น อากาศเย็นๆ ดี ทริปนี้ไปกับชมไทย มาครับ เป็นทริป Photo Training ครั้งที่ 4 แล้ว อิอิ ได้กลับมาเจอเพื่อนๆ ที่ชมไทยอีก ก็ยังคงอบอุ่นกันเหมือนเดิมครับผม

วันก่อนลองเอา เพลงไออุ่น ที่แต่ง ขำขำ ให้ชมไทยมาเล่นเป็น acoustic ประจวบกับเสียงฝนที่ตก ระเบียงหลังห้อง ก็ได้อีกบรรยากาศดีครับ ลองฟังดู อาจจะหลอนเล็กน้อย อิอิ

เพลงไออุ่น acoustic คลิกเลย

16 September

ที่ใดมีธรรมะ ที่นั่นมีสันติสุข



ที่ใดมีธรรมะ ที่นั่นมีสันติสุข

2-3 วันที่ผ่านมาได้ฟัง ธรรมะของพระมหาวุฒิชัย หรือ ท่าน ว.วชิรเมธี ครับ ท่านพูดในหัวข้อ “มารดา มหาบุรุษ” ไว้น่าฟังมากๆ ท่านบอกว่าคนเราชอบไปดูถึงที่ มันสำเร็จแล้ว ไปดูปลายทาง แต่เราลืมนึกถึงว่า สิ่งใดที่เป็นต้นตอของความสำเร็จนั้น
แล้วท่านก็โยงมาถึงความกตัญญู ไว้อย่างน่าฟัง ลองฟังได้ที่ คลิกที่นี่